พัทลุง 1 นิเทศประสานใจ ขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”

 

         นิเทศประสานใจ ขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”

                                                                                                                                   

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยพลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนแนวทางการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม มีนโยบายที่สำคัญในเรื่องการปรับลดเวลาเรียนของนักเรียน เป็นการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยการปรับลดเวลาเรียนของบางวิชาให้น้อยลง แต่ไม่กระทบเนื้อหาหลักที่นักเรียนควรรู้ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครอบคลุมหลักองค์ 4 การศึกษา คือ

  1. ด้านพุทธิศึกษา (Head ) คือความรอบรู้วิชาการที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตการศึกษา และการเรียนรู้เน้นการคิดวิเคราะห์เป็น
  2. ด้านจริยศึกษา (Heart) คือ การมีศีลธรรมจรรยาที่ดี มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และมีสำนึกที่ดีต่อส่วนร่วมเน้นด้านจิตใจ ค่านิยม
  3. ด้านหัตถศึกษา (Hand) คือ ความรู้และทักษะในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดีต่องาน และเห็นคุณค่าของการทำงานเน้นการพัฒนาทักษะการทำงาน
  4. ด้านพลศึกษา (Health) คือ การมีสุขภาพแข็งแรง การกินอาหารที่ถูกต้อง และการออกกำลังกายให้เหมาะสม รวมทั้งความสะอาดและสุขาภิบาลด้วยเน้นการมีสุขภาพอนามัยที่ดี

จากงานนโยบายสู่การปฏิบัติที่ส่งผลต่อตัวผู้เรียนให้สาธารณชนเห็นเป็นที่ประจักษ์ โรงเรียนนำร่องในโครงการตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในสังกัด สพป.พัทลุง เขต ๑ ทั้ง ๑๒ โรงเรียน ได้มีการบริหารจัดการทั้งในเรื่องเวลาเรียน ตารางเรียน กิจกรรมทั้ง ๔H  โดยมีกำลังหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจ มีวิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งเรียนรู้มากมายในพื้นที่ของแต่ละโรงเรียนได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ๑ ภาคเรียนผ่านไปด้วยดี ทุกโรงเรียนสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้ “สมาชิกใหม่” ได้แก่โรงเรียนร่วมพัฒนา (ซึ่งสพฐ. ใช้ชื่อว่าโรงเรียนคู่ขนาน) จำนวน ๑๕ โรงเรียน โรงเรียนเพิ่มเติม จำนวน ๒๗ โรงเรียน ให้สามารถศึกษาข้อมูล กระบวนงาน เพื่อขยายผลสู่การปฏิบัติที่เต็มรูปแบบต่อไปในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๙
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 สพป.พัทลุง เขต 1  จัดนิทรรศการและเสวนาวิชาการกิจกรรม
“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานและห้องประชุมคูหาสวรรค์ สพป.พัทลุง เขต 1 เพื่อนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลไปสู่โรงเรียนร่วมพัฒนาและโรงเรียนเพิ่มเติม
ศึกษานิเทศก์ ผู้รับผิดชอบโครงการและเป็น Smart Trainer จำนวน ๒ คน ได้แก่ นางปรัชญา ทองดี และนายวิโรจน์ ขันธ์ทอง ดำเนินการนิเทศ ติดตาม ดูแลการดำเนินงานของโรงเรียนเดือนละ 2 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 1 ภาคเรียน โดยการ นิเทศประสานใจ ขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
เข้าใจ        :        เริ่มต้นด้วยการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน บริบทของโรงเรียนที่รับผิดชอบ
เพื่อรู้เขารู้เราก่อนดำเนินการนิเทศ
ประสานใจ :        นัดหมาย พบปะ ประชุม เพื่อรับทราบข้อมูลการดำเนินงานร่วมกัน กำหนดตาราง
การนิเทศร่วมกันระหว่างโรงเรียนและศึกษานิเทศก์
ประสานงาน :     นิเทศตามภารกิจอย่างจริงจัง รับทราบสภาพปัญหา ให้ข้อเสนอแนะ จัดหาสื่อซีดีเพื่อ
เพิ่มพูนความพร้อมให้แก่ครูผู้สอน มีการประชุมร่วมกันกับผู้บริหารสถานศึกษา
ครูวิชาการ ครูผู้สอน ตลอดจนพบปะชื่นชมผลงานของนักเรียนในขณะทำกิจกรรม
เจือจานผล   :   จัดกิจกรรมนำเสนอผลงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประชาสัมพันธ์ผลงานอย่างต่อเนื่อง

ในวันนี้ โรงเรียนวัดเขาทอง โรงเรียนหนึ่งในจำนวน ๑๒ โรง ซึ่งนำนโยบายสู่การปฏิบัติได้อย่างโดดเด่น ได้รับการคัดเลือกให้ไปนำเสนอผลงานของโรงเรียนนำร่องตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงาน ตามโครงการสัมมนาลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ตามหลักกระจายอำนาจ
มุ่งเอกภาพเชิงนโยบาย สู่ความหลากหลายการปฏิบัติ เขตตรวจราชการที่ ๖” ในวันที่ ๒๑ – ๒๒ เมษายน ๒๕๕๙ ณ โรงแรมสยามธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนวัดเขาทอง (ชนปากคลอง) ได้สมัครเป็นโรงเรียนนำร่องในการนำนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” นำสู่การปฎิบัติ ในระยะแรก ๆ ครูจะรู้สึกว่าเป็นภาระที่ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์  สื่อ  เครื่องมือในการจัดกิจกรรมเป็นอย่างมาก  ซึ่งถือว่ากิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”เป็นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร (Organization  Culture)  และมีผลกระทบไปถึงวิถีชีวิต (Way of life) ทั้งของครู นักเรียน โรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน และเกิดคำพูดในเชิงเปรียบเปรย เช่น “ลดเวลาเรียน เพิ่มภาระครู” หรือ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลามั่วทั้งครูทั้งเด็ก”ซึ่งก็ต้องปรับกระบวนการคิดของครูและบุคลากร  โดยการนิเทศติดตาม พูดคุย ร่วมปรึกษาหารือ  ทั้งจากทีม Smart Trainer ผู้บริหารและครูผู้จัดกิจกรรม ปัญหาอีกอย่างที่พบ คือ เรื่องเวลาการจัดกิจกรรมอื่น เช่น กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมลูกเสือ กิจกรรมวันสุดสัปดาห์  และอื่นๆ โดยเฉพาะภาคเรียนที่ 2 ที่ต้องมีชั่วโมงติวเข้มในการสอบระดับต่าง ๆ ของนักเรียนแต่ละชั้น   แต่ก็สามารถดำเนินการปรับเรื่องของเวลาติวนักเรียนได้ ดังนี้คาบ 0 ในระหว่างเวลา 07.30 – 08.30 น.และเวลา 16.00 – 17.30 น.ในวันจันทร์- ศุกร์ โดยไม่กระทบกับการจัดกิจกรรม  “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
การจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน  เพิ่มเวลารู้” สามารถดำเนินการไปได้ตามปกติและมีประสิทธิภาพโดยได้รับคำแนะนำจากการนิเทศติดตามของ Smart Trainer ที่ติดตามให้กำลังใจและให้คำแนะนำเป็นอย่างดียิ่ง และโรงเรียนจะนิเทศติดตามโดยผู้บริหารและคณะกรรมการนิเทศ เพื่อร่วมรับฟังปัญหา อุปสรรค และอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม และร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ
สิ่งที่ประทับใจ  คือ  นักเรียนจะมีความสุขในชั่วโมงลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นักเรียนจะถามครูเองว่าพรุ่งนี้ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง แม้แต่ผู้ปกครองก็จะมาถามครูประจำชั้นเพื่อความแน่ใจว่าต้องเตรียมอะไรให้ลูกในวันพรุ่งนี้  ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของนโยบายระดับหนึ่งที่มีเสียงตอบรับจากผู้ปกครองเป็นอย่างดี  และจากการประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน  เพิ่มเวลารู้” พบว่า
– ความพึงพอใจสำหรับนักเรียน ค่าเฉลี่ย 3.61 ระดับความพึงพอใจ  มากที่สุด
– ความพึงพอใจสำหรับผู้ปกครองนักเรียน ค่าเฉลี่ย 3.48 ระดับความพึงพอใจ  มากที่สุด
– ความพึงพอใจสำหรับครู ค่าเฉลี่ย 3.49 ระดับความพึงพอใจ  มากที่สุด

สำหรับปีการศึกษา 2559 คณะทำงานได้ร่วมกันเสนอแนะ ดังนี้
-จัดกิจกรรมที่มีผลงานชัดเจน เช่น งานฝีมือต่างๆ ที่ครูได้รับการสอนตอนสมัยเป็นนักเรียน เช่น
การถักนิตติ้ง การถักโคเชต์ การปักครอสเวิร์ด รวมถึงการทำอาหารในรูปแบบต่างๆ อันจะนำไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต  และเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ค้นพบตัวเองได้เร็วขึ้น  เพราะกิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้นักเรียนนั้นมาจากความสนใจ  ความถนัด  และความต้องการของนักเรียนอยู่แล้ว  ทั้งด้านวิชาการ
และการปฎิบัติโดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้ปกครองนักเรียนและภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

                                                      โดย
                                                                ศน.ปรัชญา ทองดี ศน.วิโรจน์ ขันธ์ทอง Smart Trainer
ผอ.จรวย พงศ์ประยูร
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขาทอง(ชนปากคลอง) โรงเรียนนำร่องฯ