โครงการขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

โครงการขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
———————————

หลักการและเหตุผล

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายในการปรับลดเวลาเรียนเพื่อลดระยะเวลาเรียนภาควิชาการลงโดยไม่กระทบเนื้อหาหลักที่ผู้เรียนควรเรียนรู้ และครูปรับการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมโดยเพิ่มเวลาและโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงโดยให้โรงเรียนเลิกเรียนเวลา ๑๔.๓๐ น. และหลังเวลานั้นให้ผู้เรียนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ นอกห้องเรียนอย่างหลากหลาย เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ทุกด้านในรูปแบบกิจกรรมเสริมหลักสูตร โดยเวลาที่โรงเรียนเลิกยังคงเหมือนเดิมตามกำหนดของแต่ละโรงเรียน โดยเริ่มดำเนินการในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ และมีโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายนำร่องอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ ของจำนวนโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ไม่น้อยกว่า ๓,๑๐๐ โรงเรียน) ครอบคลุมกระจายทุกสภาพพื้นที่ทั้งนอกเมือง ในเมือง ทั้งนี้จะดำเนินการทุกโรงเรียนในปีการศึกษา ๒๕๕๙

กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำรวจความคิดเห็นจากผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู บุคคลทั่วไปเกี่ยวกับโครงการ และจัดทำคู่มือการบริหารจัดการเวลา แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”  เพื่อให้โรงเรียนนำร่องนำไปใช้  พร้อมทั้งแนวดำเนินการเพื่อให้โครงการมีความสมบูรณ์ คือ การปรับปรุงเนื้อหาภายในของแต่ละวิชาของหลักสูตร และการจัดโครงสร้างเวลาเรียนในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา การเตรียมความพร้อมของครูและโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการ การจัดทีม Smart Trainers จำนวน ๓๐๐ ทีม เพื่อกำกับดูแลและให้คำแนะนำในการบริหารจัดการเวลาเรียน และกิจกรรมสร้างเสริมคุณลักษณะ ใน ๔ หมวด ๑๖ กลุ่มกิจกรรม ได้แก่ หมวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  หมวดสร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้  หมวดสร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม และหมวดสร้างเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพและทักษะชีวิต พร้อมทั้งมีการประเมินผลการดำเนินงานในช่วงระหว่างภาคเรียน และหลังปิดภาคเรียน ตลอดจนศึกษา แนวทางการดำเนินการจากโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อขยายผลการดำเนินการไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคเพื่อปรับปรุงการดำเนินการต่อไป

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดกิจกรรมการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ โดยแบ่งระยะการดำเนินงานเป็น ๔ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ระยะที่ ๒ การเริ่มดำเนินโครงการ  ระยะที่ ๓  การติดตามและประเมินผลหลังการดำเนินโครงการ  และระยะที่ ๔ การขยายผลในสถานศึกษาทั่วไป

วัตถุประสงค์

เพื่อขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ลงสู่การปฏิบัติของโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูผู้สอนปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น และผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ มีความสุขในการเรียนรู้อย่างแท้จริง

เป้าหมาย

              เชิงปริมาณ
              ๑. โรงเรียนนำร่องที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ร้อยละ ๑๐ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวนโรงเรียน ๓,๘๓๑ โรง จำนวนผู้เข้ารับการอบรม ๗,๙๓๗ คน
              – ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเวลาเรียน
              – จัดสรรโอนเงินให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

              ๒. ทีม Smart Trainers จำนวน ๓๐๐ ทีม (แต่ละทีมประกอบด้วยศึกษานิเทศก์จากเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน ๓ คน รวม ๙๐๐ คน และให้แต่ละทีมรับผิดชอบ ๑๐ – ๑๓ โรงเรียน)

              ๓. คู่มือและแนวทางการจัดกิจกรรม จำนวน ๔ เล่ม คือ
              – คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน                               จำนวน ๑ เล่ม
              – แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั้น ป.๑ – ๓        จำนวน ๑ เล่ม
              – แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั้น ป.๔ – ๖       จำนวน ๑ เล่ม
              – แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั้น ม.๑ – ๓        จำนวน ๑ เล่ม

              ๔. จัดทำเอกสาร นิทรรศการ และ VTR เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ
              – นิทรรศการเคลื่อนที่ ๑ ชุด
              – แผ่นพับ ๕๐,๐๐๐ แผ่น
              – โปสเตอร์ ๕๐,๐๐๐ แผ่น
              –  VTR ๒ ชุด

              ๕. ติดตามและประเมินผลหลังการดำเนินการโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” (AAR)
              – ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ติดตามเดือนละ ๑ ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ – มีนาคม ๒๕๕๙
              – ระดับส่วนกลาง (สพฐ.) ติดตาม ๔ ครั้ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ – มีนาคม ๒๕๕๙

              ๖. คู่มือ และรายงานผลการวิจัยตามโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
              – คู่มือและเครื่องมือการนิเทศ ติดตามและรายงานผลการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จำนวน ๑ ต้นฉบับ/๑๕๐๐ เล่ม
              – รายงานการนิเทศการบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของเขตพื้นที่การศึกษา
              – รายงานผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”ในภาพรวม จำนวน 1,000 เล่ม
              –  รายงานวิจัยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม ตามโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
              –  รายงานผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลการทดสอบทางการศึกษาในระดับชาติ (NT ข้อสอบกลาง และ O-NET) ของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
              สทศ.

              ๗. การขยายผลในสถานศึกษาทั่วไป ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ จำนวน ๒๖,๙๘๕ โรงเรียน ๒๒๕ เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

              เชิงคุณภาพ
              ผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ และผู้เกี่ยวข้อง มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเวลาเรียน    “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” และสามารถนำหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีผลการติดตามการดำเนินงานตามโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” สำหรับเป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายต่อไป


การดำเนินโครงการ

ระยะที่ ๑ ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ระหว่างวันที่ ๒๓ กรกฎาคม – ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๘

              กิจกรรมที่ ๑  ประชุมปฏิบัติการจัดทำคู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
              กิจกรรมที่ ๒  ประชุมปฏิบัติการจัดทำคู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”และประชุมปฏิบัติการจัดทำแนวทางการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”  (สวก.)
              กิจกรรมที่ ๓  ประชุมบรรณาธิการกิจคู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
              กิจกรรมที่ ๔  ประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจให้หน่วยงาน / องค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับสถานศึกษา
              กิจกรรมที่ ๕  ประชุมบรรณาธิการกิจคู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน และแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
              กิจกรรมที่ ๖ จัดพิมพ์เอกสารคู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน และแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จำนวน ๔ เล่ม (สวก.)
              – แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๓ จำนวน ๑๐,๐๐๐ เล่ม
              – แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖ จำนวน ๑๐,๐๐๐ เล่ม
              – แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓ จำนวน ๑๐,๐๐๐ เล่ม
              กิจกรรมที่ ๗  ประชุมปฏิบัติการพิจารณาความสอดคล้องเชื่อมโยงของตัวชี้วัด ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ผู้บริหารโรงเรียน ครู ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการ จำนวน ๑๐๐ คน) เพื่อ
              – ลดความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด
              – ลดความความซ้ำซ้อนของเนื้อหาระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้
              กิจกรรมที่ ๘  จัดทำเอกสารประกอบอบรมวิชาการ  (นิทรรศการ แผ่นพับ โปสเตอร์ VTR)
              – นิทรรศการเคลื่อนที่ ๑ ชุด
              – แผ่นพับ โปสเตอร์ VTR
              กิจกรรมที่ ๙  การอบรมเชิงปฏิบัติการผู้นำการนิเทศการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” (Training the Smart Trainer) ผู้เข้าอบรมประกอบด้วยศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต จัดประชุมคณะทำงาน/วิทยากร พร้อมจัดทำเอกสารประกอบการอบรม แบ่งการอบรมเป็น ๒ รุ่น
              – รุ่นที่ ๑  ระหว่างวันที่ ๕ – ๗ ตุลาคม ๒๕๕๘  จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ๑๒๔ เขต จำนวน ๔๕๐ คน
              – รุ่นที่ ๒  ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘  จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ๕๘ เขต จำนวน ๓๐๐ คน
                 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ๔๒ เขต จำนวน ๑๕๐ คน รวมทั้งสิ้น  จำนวน ๔๕๐ คน
              กิจกรรมที่ ๑๐ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จำนวน ๒ ครั้ง
              – ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๕ – ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุม TOT จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ผู้เข้าประชุม ได้แก่ ผู้บริหาร สพฐ.
              ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน
              เพิ่มเวลารู้” ผู้บริหารสถานศึกษา และครูฝ่ายวิชาการ โรงเรียนนำร่องในเขตปริมณฑล จำนวน ๑๙ เขต นักวิชาการและเจ้าหน้าที่รวมทั้งสิ้นจำนวน
              ๕๐๐ คน และจะมีการถ่ายทอดสดทางไกลผ่านดาวเทียมทางช่อง DLTV ๑๔ ตลอดระยะเวลาของการประชุม ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน                          นำร่องในอีก ๒๐๖ เขต
              – ครั้งที่ ๒ ประมาณตุลาคม – พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ผู้เข้าประชุม ได้แก่ ผู้บริหาร สพฐ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผู้อำนวยการ
              สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จำนวน ๑ คน รวมเขตพื้นที่ละ ๒ คน นักวิชาการและ
              เจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้นจำนวน ๕๐๐ คน
              กิจกรรมที่ ๑๑  การแถลงข่าวนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  เป็นเงิน ๔,๘๕๐,๐๐๐ บาท (สอ.)
              กิจกรรมที่ ๑๒  วันที่ ๑๙ – ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ การประชุมปฏิบัติการจัดทำคู่มือและเครื่องมือการนิเทศ ติดตามและรายงานผลการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จำนวน ๑ ต้นฉบับ/๑,๕๐๐ เล่ม     ๕ วัน จำนวน ๔๘๔,๖๐๐ บาท  (ศนฐ.)

ระยะที่ ๒ การเริ่มดำเนินโครงการ ระหว่างวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ – ๒๓ มกราคม ๒๕๕๙

              กิจกรรมที่ ๑๓ การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำกรอบแนวทางการวิจัยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม ตามโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ๒ ครั้ง ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๘
              กิจกรรมที่ ๑๔ การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูพลศึกษา ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๘
              กิจกรรมที่ ๑๕  การจัดสรรโอนเงินให้ทีม Smart Trainers จำนวน ๓๐๐ ทีม ๆ ละ ๓ คน รวม ๙๐๐ คน ๆ ละ ๕๐๐ บาท เพื่อดำเนินการนิเทศ ติดตามผลการดำเนินงาน ในช่วงภาคเรียนเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ – กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เดือนละ ๒ ครั้ง รวม ๘ ครั้ง
              กิจกรรมที่ ๑๖  นิเทศ ติดตามการบริหารจัดการและการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้จากส่วนกลาง (ศนฐ. / สพฐ. ) จำนวน ๕ คณะ ๆ ละ ๓ – ๕ คน ๕  วัน
              กิจกรรมที่ ๑๗ จัดทำเอกสารสรุปรายงานการนิเทศการบริหารจัดการและการจัดกิจกรรมของเขตพื้นที่การศึกษาเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ – กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เดือนละ ๑ ครั้ง และหลังปิดภาคเรียน มีนาคม จำนวน ๒๒๕ เขต
              กิจกรรมที่ ๑๘ จัดประชุมคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายการบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จำนวนประมาณ ๓๘ คณะ เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการติดตามฯ ตลอดจนเครื่องมือ รูปแบบ วิธีการติดตาม เป็นเวลา ๒ วัน
              กิจกรรมที่ ๑๙ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์ ในช่วงระหว่างภาคเรียน ครั้งที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ และรายงานผลโดยด่วนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
              กิจกรรมที่ ๒๐ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์ ในช่วงระหว่างภาคเรียน ครั้งที่ ๒ เดือนมกราคม ๒๕๕๙ และรายงานผลโดยด่วนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
              กิจกรรมที่ ๒๑  การประชุมชี้แจงวิจัยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม ตามโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘
              กิจกรรมที่ ๒๒ การศึกษาเชิงลึก (ภาคสนาม) ในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” ระยะที่ ๑ – ๓  ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ พฤษภาคม ๒๕๕๙ และเดือนมิถุนายน ๒๕๕๙

ระยะที่ ๓ การติดตามและประเมินผลหลังการดำเนินโครงการ ระหว่างวันที่  ๒๔ มกราคม – ๒๓ เมษายน ๒๕๕๙

              กิจกรรมที่ ๒๓ วันที่ ๒๘ มีนาคม – ๑ เมษายน ๒๕๕๙ จัดประชุมปฏิบัติสรุปผลและรายงานผลการนิเทศการดำเนินงานในภาพรวมระดับประเทศ หลังปิดภาคเรียน จำนวน ๖๐ คน ๕ วัน
              กิจกรรมที่ ๒๔ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์ หลังปิดภาคเรียน ครั้งที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙
              กิจกรรมที่ ๒๕ ประชุมจัดทำสรุปรายงานผลการติดตามผลการดำเนินงานในภาพรวมทั้ง ๓ ระยะ เพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเผยแพร่ต่อสาธารณชนให้ทราบต่อไป
              กิจกรรมที่ ๒๖ จัดพิมพ์รายงานผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ในภาพรวม จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม

ระยะที่ ๔ การขยายผลในสถานศึกษาทั่วไป ระหว่างวันที่ ๑๕ พฤษภาคม – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙                                   

              กิจกรรมที่ ๒๗  การจัดสรรโอนเงินให้ทีม Smart Trainers ของเขตพื้นที่จัดการขยายผลให้ศึกษานิเทศก์ทุกคน เพื่อเตรียมการนิเทศขยายผลการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ให้กับทุกโรงเรียน ในปีการศึกษา ๒๕๕๙ จำนวน ๒๒๕ เขต
              กิจกรรมที่ ๒๘  การจัดสรรโอนเงินให้ทีม Smart Trainers จำนวน ๓๐๐ ทีม ๆ ละ ๓ คน รวม ๙๐๐ เพื่อดำเนินการนิเทศ ติดตามการบริหารเวลาเรียน“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”  ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ จำนวนรวม ๘ ครั้ง
              กิจกรรมที่ ๒๙ จัดทำเอกสารสรุปรายงานการนิเทศการบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” ของเขตพื้นที่การศึกษาปีการศึกษา ๒๕๕๙ ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง จำนวน ๒ ภาคเรียน จำนวน ๒๒๕ เขต
              กิจกรรมที่ ๓๐  การประชุมวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการศึกษาเชิงลึก ระยะที่ ๑ – ๓ ในเดือนมกราคม มีนาคม พฤษภาคม และเดือนมิถุนายน ๒๕๕๙
              กิจกรรมที่ ๓๑ ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลการทดสอบทางการศึกษาในระดับชาติ (NT ข้อสอบกลาง และO-NET) ของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ  ระหว่างเมษายน – พฤษภาคม ๒๕๕๙ เป็นเงิน ๖๕๘,๖๖๐ บาท  (สทศ.)
              กิจกรรมที่ ๓๒  นำเสนอผลศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลการทดสอบทางการศึกษาในระดับชาติ (NT ข้อสอบกลาง และ O-NET) ของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ  ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙
              กิจกรรมที่ ๓๓  การประชุมสรุปและจัดทำรายงานวิจัยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม ตามโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙
              กิจกรรมที่ ๓๔ จัดตั้งศูนย์สานฝันกีฬาสู่อนาคตระดับภูมิภาค จำนวน ๑๐ ศูนย์ (ภาคเหนือ ๒ ศูนย์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓ ศูนย์, ภาคกลาง ๓ ศูนย์ และภาคใต้ ๒ ศูนย์) ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ ถึงกันยายน ๒๕๕๙
              กิจกรรมที่ ๓๕ การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ ที่โรงเรียนในโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ จัดกิจกรรมกีฬาให้กับนักเรียน หลังเวลา ๑๔.๓๐ น. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนไปสู่ความเป็นเลิศในกีฬาแต่ละประเภท เดือนมีนาคม – เมษายน ๒๕๕๙

งบประมาณ

งบประมาณปี ๒๕๕๘  จำนวน  ๖,๑๒๐,๐๐๐ บาท ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา งบประมาณปี ๒๕๕๙  จำนวน  ๖๓,๓๐๕,๒๕๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๖๙,๔๒๕,๒๕๐ บาท  จากแผนงาน/กิจกรรมของสำนักต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
โทร. ๐ ๒๒๘๘ ๕๗๖๗ – ๖๘, ๐ ๒๒๘๘ ๕๗๓๙   โทรสาร ๐ ๒๒๘๘ ๕๗๔๕