ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 291/2558 ผลการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2558

พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมศึกษาธิการ ครั้งที่ 9/2558 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2558 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีพลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารฝ่ายการเมือง ผู้บริหารองค์กรหลัก ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารหน่วยงานในกำกับ ผู้บริหารองค์การมหาชน และผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในสังกัดเข้าร่วมประชุม

392558-02

รมว.ศึกษาธิการ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการหลายเรื่อง ได้แก่

– ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการออกเสียง (โหวต) รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 กันยายนนี้ เป็นเรื่องที่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการควรจะต้องรู้และศึกษารายละเอียด มาตราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นมาตราที่จะส่งผลต่อการทำงาน มาตราใดที่ยังไม่ได้รับการปรับแก้ตามข้อเสนอที่เคยให้ไว้ เป็นต้น ทั้งนี้ได้มอบปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการส่งผู้แทนของกระทรวง ในการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายลูกในส่วนที่เกี่ยวข้องภายหลัง การโหวตร่างรัฐธรรมนูญผ่านเรียบร้อยแล้ว โดยขอให้เป็นผู้มีความโปร่งใส สะอาด และควรมีทีมที่จะคอยให้การช่วยเหลือในการเตรียมตัว เตรียมข้อมูล พร้อมทั้งระดมความคิดเห็น เพื่อให้การเสนอกฎหมายลูกของกระทรวงเป็นไปในทิศทางที่ต้องการ

– ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม จากข้อคิดของนายกรัฐมนตรีที่กล่าวไว้ว่า “สังคมไทยถูกบิดเบือนข้อมูล ทำให้คนไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” ฉะนั้นในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการควรมีการทบทวนกระบวนการยุติธรรม โดยขอให้หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนถอยหลังกลับไปดูกระบวนการให้ความยุติธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชา เสมือนเป็นการส่องกระจกดูตัวเอง เพราะหากเคยพลั้งเผลอไม่ลงโทษคนผิด ก็เท่ากับว่าเป็นการลงโทษคนดีไปแล้ว

– การเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี  ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะหลายครั้งที่ไม่ให้ความสนใจในเรื่องเกี่ยวข้องต่างๆ อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของกระทรวงหรือหน่วยงานในภูมิภาค โดยขอให้เสนอความเห็นตามเวลาที่กำหนด คือก่อนการประชุมเป็นเวลา 7 วัน หรือหากเสนอไม่ทัน ก็ควรจัดระบบสารบรรณ-แจกจ่ายหนังสือโดยเร็ว แม้จะเป็นช่วงของวันหยุดก็ตาม

– ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปของ สปช. ตามมาตรา 31 ที่คณะรัฐมนตรีส่งไปยังกระทรวงต่างๆ หากมีเรื่องใดค้างอยู่ ก็ควรเสนอความเห็นกลับภายใน 30 วัน เพื่อ สปช.จะได้เร่งดำเนินการปรับแก้ต่อไป

– การประชุมในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การพบปะ หรือการหารือกับหน่วยงานต่างๆ ในต่างประเทศ ขอให้หัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมข้อมูลและรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์ชัดเจน ตลอดจนมีมาตรการเชิงรุกที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ตลอดจนสังเกตท่าทีหรือการตอบรับของผู้ฟังด้วยว่าให้ความสนใจหรือไม่ เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุกต่อไป

– การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนบุคคลให้ตรงกับสถานการณ์ของระบบ เศรษฐกิจและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในระยะที่สอง และได้มอบให้กระทรวงต่างประเทศทำหน้าที่ด้านเศรษฐกิจให้เข้มข้นขึ้นด้วย

– การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ได้รายงานผลการดำเนินงานเรื่องให้คณะรัฐมนตรีได้ทราบว่า ในภาพรวมมีผลตอบรับในเชิงบวก แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ใน 2 ประเด็น คือ 1) ชั่วโมงเรียนที่ลดลงจะทำให้นักเรียนมีความรู้น้อยลงหรือไม่ จะมีผลต่อการสอบเข้าเรียนต่อหรือจะสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้หรือไม่ 2) ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนในห้องเรียน จะให้เด็กเรียนรู้อะไร ซึ่งขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมการและวางแผนไว้แล้ว และในเร็วๆ นี้ จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับทุกโรงเรียนนำร่อง ก่อนการนำนโยบายไปปฏิบัติจริงในช่วงของการเปิดภาคเรียนที่ 2